Welcome, Guest. Please login or register.
Did you miss your activation email?

ห้างหุ้นส่วนจำกัด วี.อาร์.คอม ก็อบปี้ปริ้นเตอร์เซอร์วิส
V.R. Copyprinter Service Part.,Ltd.

7/8 ม.2 เพชรเกษม112 ถ.เพชรเกษม  แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ 10160

Share this topic on FacebookShare this topic on Del.icio.usShare this topic on DiggShare this topic on RedditShare this topic on StumbleUponShare this topic on Twitter Author Topic: 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019  (Read 2 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline ttads2522

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 143441
  • ขอบคุณ +0/-0
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะ
โทนสีของห้องจะเปลี่ยนแปลงความรู้สึกได้เมื่อมองเห็น อย่างเช่น สีสว่างจะสามารถช่วยสำหรับในการเปลี่ยนห้องเล็กๆให้ดูมีพื้นที่มากเพิ่มขึ้น จนกระทั่งขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจยอดฮิตสำหรับเพื่อการออกแบบคลินิกที่ทำให้บ้านมองงามแพงได้เลยทีเดียว แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงแค่ สีเบจ แค่นั้นที่สวยซะเมื่อไรกันล่ะ? ออกจากคอมฟอร์ทโซนค่ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆสำหรับการออกแบบคลินิกได้ด้วยเหมือนกัน โดยสีพวกนี้จะก่อให้มองแจ่มใสมากเพิ่มขึ้นแต่ไม่ลดความหรูหราเลิศเลอของห้อง

สีห้อง
นี่คือแบบอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ถูกจุด

แต่งห้อง

เครื่องเรือนสีผ่องใสด้านในห้องสีโมโนโทนจะช่วยทำให้ปรับการแต่งห้องดูโดดเด่นขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของเราได้นั่นเป็น ปลอกที่มีไว้ใส่หมอนสีสดๆพรมลายเก๋ๆโคมไฟงามๆหรือการเพ้นท์ฝาผนังก็ช่วยเพิ่มข้อดีให้กับห้องได้ทั้งมวลจ้ะ

ลวดลาย
ถ้าเกิดไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องมองมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกเยอะเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะทดลองใช่แค่เพียงกับเฟอร์นิเจอร์เพียงแค่นั้น แม้กระนั้นอย่างเรื่องพื้นๆใช่ค่ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าทดลอง จดจำไว้ว่า ถ้าเกิดแต่งพื้นให้โดดเด่นแล้ว ก็ควรควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเหมือนกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงแนวทางเรื่องสีที่จะทำให้พวกเรามองมีพื้นที่กว้างขึ้นแค่นั้น การติดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้เช่นกัน

5.จัดวางแสงให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงสว่างย่อมดีมากยิ่งกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางลักษณะของแสงสว่างอย่างผิดแผกได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังต่อไปนี้ ไฟกลางห้องไฟฝาผนัง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟวางกับพื้น เป็นต้น

6.อย่าละเลยการตกแต่งนิดๆหน่อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ด้านในห้องจะให้ความรู้สึกสดชื่นได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

พรม

รายละเอียดอื่นๆได้แก่ เบาะหุ้มนุ่มๆพรมสวยๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์สวยๆนาฬิกาสไตล์มินิมอล แจกันสวยๆกระเช้าสานเก๋ๆจานชามผลไม้ชิคๆทุกสิ่งอย่างเหล่านี้สามารถที่จะช่วยให้ห้องมองนุ่มนวล และก็ มีคลาสมากเพิ่มขึ้นได้

7.อย่ามากมาย!

ห้องอาบน้ำ
ฝ้าเพดานเรียบถึงแม้จะไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละก็ดีแล้วค่ะ อยากได้ห้องงามๆไม่จำเป็นต้องมานะ! หลีกเลี่ยงการก่อสร้าง ตกแต่งที่สลับซับซ้อน

8.อย่างเดียวที่คุณจะมากมายสิ่ง เล่นใหญ่ได้คือที่พักผ่อน


จำไว้ว่า ถ้าหากจะมีเตียงในห้องนอน ก็ต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้มองปัง ! ทั้งยังผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนไม่น้อยเลยทีเดียวปูพื้นหน้าเตียงด้วยประพรมขนนุ่มนิ่มเนื่องจากเตียงเป็นที่ที่ต้องเป็นที่เป็นสุขที่สุดในบ้านของพวกเรา เชิญชวนให้เราเอนตัวนอนได้ทุกคราวที่เห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบคลินิกทันตกรรมที่พวกเราชี้แนะมานี้จะเพียงพอช่วยทำให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์เพิ่มมากขึ้น ชวนให้คุณอยู่บ้านอย่างสุขสบายได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ



คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ออกแบบตกแต่งภายใน

Tags : ออกแบบคลินิกทันตกรรม,ออกแบบภายใน