Welcome, Guest. Please login or register.
Did you miss your activation email?

ห้างหุ้นส่วนจำกัด วี.อาร์.คอม ก็อบปี้ปริ้นเตอร์เซอร์วิส
V.R. Copyprinter Service Part.,Ltd.

7/8 ม.2 เพชรเกษม112 ถ.เพชรเกษม  แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ 10160

Share this topic on FacebookShare this topic on Del.icio.usShare this topic on DiggShare this topic on RedditShare this topic on StumbleUponShare this topic on Twitter Author Topic: 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า คนประเทศไทยไปเที่ยวเมื่อใด ก็ย่อมได้  (Read 2 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline promiruntee

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 134383
  • ขอบคุณ +0/-0
15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า คนไทยท่องเที่ยวเมื่อใด ก็ย่อมได้
การทำวีซ่า เพื่อท่องเที่ยวยังประเทศต่างๆนั้น ดูเหมือนจะยุ่งยาก แล้วก็หลายกระบวนการมากๆดังนั้นพวกเราจะข้ามมันไป แล้วไปท่องเที่ยวให้บันเทิงใจกับ เที่ยว 30 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า กันเลยดีกว่า ..บางประเทศนั้นก็เป็นที่นิยมของนักเดินทางไทยอีกด้วย
ท่องเที่ยว 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า
1. ประเทศไต้หวัน (Taiwan) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ไต้หวัน ภายหลังที่ทางรัฐบาลไต้หวัน ได้ประกาศยกเว้นการตรวจลงยี่ห้อวีซ่าให้ชาวไทย และประเทศในอาเซียน เมื่อปีให้หลัง ล่าสุดก็ได้ประกาศ “เพิ่มเวลาฟรีวีซ่า” ให้เพิ่มเติมอีก 1 ปี โดยเริ่มเมื่อวันที่ 1 เดือนสิงหาคม 2560 ถึง 31 ก.ค. 2561 คนใดกันมีแพลนลานไปเที่ยวประเทศจีนไต้หวัน อยากแบ็คแพ็คไปสัมผัสเมืองที่วัฒนธรรม ศิลปะ และธรรมชาติ ไม่ว่าจะเที่ยวในเมืองอย่างกรุงไทเป, เมืองโบราณจิ่วเฟิ่น, บริเวณซีเหมินติง, อนุสรณ์สถาน ดร.ซุน ยัตเซน, วัดหลงซาน, ตึกไทเป 101, อนุสรณ์สถานเจียง ไคเชก หรือท่าเรือตัมสุ่ย
2. ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
ประเทศเกาหลี เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนประเทศไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะสาวๆเนื่องจากว่าใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียงแต่ 5-6 ชั่วโมง ถ้าหากกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีนั้นมีล้นหลามหลายที่ โดยยิ่งไปกว่านั้นกรุงโซล Seoul นอกเหนือจากเป็นเมืองหลวงของเกาหลีใต้แล้ว ยังเป็นเมืองที่ผู้คนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เนื่องจากว่ามีอีกทั้งสถานที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สถานที่ช้อปปิ้งที่มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกทุกชนิด รวมทั้งแหล่งบันเทิงต่างๆที่สุดได้รับความนิยมก็อาจไม่พ้น วังคยองบกกุง, เกาะนามิ, เมียงป่า, เกาะเซจู, โซลทาวเวอร์, หมู่บ้านบุกชอนฮันอก, แดดุนซาน, ลอตเต้เวิล์ด นับได้ว่าเป็น ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า ที่ได้รับความนิยม
3. ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีเกาะรวมกันอยู่มากยิ่งกว่า 7,000 เกาะ ตั้งอยู่ในห้วงสมุทรแปซิฟิค ชาวฟิลิปปินส์ในตอนนี้มีการสืบสกุลมาจากการผสมผสานของหลายเชื้อสาย ได้แก่ มองโกเลีย อินโดนีเซีย มาเลย์ และก็จีน รวมถึงยังมีผู้ย้ายถิ่นคนอินเดีย อาหรับ สเปน และอเมริกันมาอาศัยรวมอยู่ด้วย ประเทศที่มีความสะดุดตาทางทะเลก็จำต้องตรงนี้แหละ มีชายทะเล สมุทร และเกาะเยอะแยะอย่างยิ่ง ลองไปเที่ยวชมสถานที่แล้วก็แหล่งธรรมชาติดูสิ ไม่ว่าจะเป็น เมืองมะนิลา, ซีบู, เทือกเขาช็อกโกแลต (Chocolate Hills), ปวยร์โตปรินเซซา (Puerto Princesa) นครแห่งทวยเทพเทวดา, สวนธรรมชาติต้นปะการังตุบบาตาฮา (Tubbataha Reef), ภูเขาไฟมายอน (Mayon Volcano), นาขั้นบันไดบานาเว (Banaue Rice Terraces) ฯลฯ
4. ประเทศลาว (Laos) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ประเทศลาว หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือลาว ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของไทย ถือว่าได้รับความนิยมในเรื่องท่องเที่ยวมากมายก่ายกอง ด้วยลักษณะพื้นที่ สภาพอากาศ ภาษา แล้วก็วิถีชีวิตของคนลาว มีลักษณะที่ไม่ต่างอะไรจากชาวไทยมากนัก สถานที่เที่ยวสำคัญแล้วก็เป็นที่รู้จักกันดีก็มี เวียงจันทน์ วังเวียง ปากเซ หรือหลวงพระบาง จากไทยสามารถเดินทางไปยังลาวได้ โดยผ่านจุดผ่านแดนบริเวณชายแดนไทย-ลาวทั้งหมด 15 จุด แล้วก็ภาษาลาวนั้นมีสำเนียงคล้ายกับภาษาอีสานของไทยพวกเรานี่แหละ
5. ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านชายแดนใต้ของเรา และก็คนไทยไทยเดินทางไปท่องเที่ยวมากเป็นลำดับต้นๆประเทศในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยมีสมุทรจีนใต้กัน ส่วนแรกคือ คาบสมุทรมลายู หรือ มาเลเซียตะวันตก มีเขตแดนทางทิศเหนือติดเมืองไทย และทิศใต้ติดกับประเทศสิงคโปร์ ส่วนลำดับที่สองคือ ทางเหนือของเกาะบอร์เนียว หรือ มาเลเซียตะวันออก มีเขตแดนทางทิศใต้ติดอินโดนีเซีย แล้วก็มีพรมแดนโอบล้อมประเทศบรูไน มาเลเซียเป็นสมาชิกจัดตั้งของกรุ๊ปประเทศอาเซียน มีเมืองหลวงเป็น กรุงกัวลาลัมเปอร์ ผู้คนจำนวนมากอาจรู้จักการละเว้นหมาด ซึ่งประเทศมาเลเซียนั้นมีผู้เชื่อในศาสนาอิสลามเยอะที่สุดในประเทศ โดยมีสูงถึง 55% ไปเที่ยวทั้งทีจำเป็นต้องไม่พลาดเมืองมะละกา (Melaka), อาคารเปโตรนาส (Petronas Twin Towers), เมืองปุตราจายา (Putrajaya), สวนน้ำเลโก้เก๋แลนด์
6. ประเทศเวียดนาม (Vietnam) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
เวียดนาม ถือว่าเป็นเพื่อนบ้านกับไทยมานาน ยิ่งไปกว่านี้ ในประเทศยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมาย เนื่องจากว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงความสวยสดงดงาม รวมถึงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกหลายแห่งอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ฮอยอัน, อ่าวฮาลอง (Ha Long Bay), สุสานโฮจิมินห์, พระราชสำนักเว้, เทือกเขาทรายสองสีที่หมุยแหน (The Sand Dunes of Mui Ne)
7. ประเทศสิงคโปร์ (Singapore) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ประเทศสิงคโปร์ ประเทศเกาะเล็กๆในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ตอนใต้ของประเทศไทยต่อจากประเทศมาเลเซีย เป็นปากอ่าวต้อนรับนักท่องเที่ยวจากตะวันตกสู่คาบทวีปตะวันออก นับได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความรุ่งเรืองสูงสุดแถวหน้าของโลก ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ในประเทศที่มีคุณภาพชีวิตสูง (ขึ้นชื่อว่าเป็นสีสันของทวีปเอเชียเชียวล่ะ) เป็นเมืองท่ารวมทั้งเมืองเศรษฐกิจการค้าขายหลักในแถบเอเชีย มีความมากมายหลากหลายของเชื้อชาติและศาสนา ก็เลยมีความไม่เหมือนที่พอดีทั้งยังทางด้านวัฒนธรรม ความเชื่อถือ ศิลป์และเทคโนโลยี แถมยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความสะอาดอีกด้วย เกาะนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวแทบจะทุกมุม ได้แก่ S.E.A. Aquarium, Universal Studio, มาริน่า เบย์ (Marina Bay), คลาร์ก คีย์ (Clarke Quay), วัดศรีมาริอัมมันต์, วัดเจ้าแม่กวนอิม, วัดเซียนฮกเก๋ง
8. เขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Macao) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มาเก๊า เป็นเพียงแค่เกาะเล็กเกาะน้อยๆตั้งอยู่รอบๆริมตลิ่งทางตะวันออกของจีน และอยู่ด้านตะวันตกของพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล โดยมีชายแดนใกล้กับเขตกวางตุ้ง ซึ่งไม่ห่างจากฮ่องกงเท่าไรนัก ดินแดนที่นี้รู้จักกันดีในหมู่นักเสี่ยงโชค ด้วยเหตุว่ามีคาสิโนถูกกฎหมายเยอะมาก แต่ว่ายิ่งกว่านั้นแล้วมาเก๊ายังน่าท่องเที่ยวอีกด้วย เพราะเหตุว่าในอดีตมาเก๊าเคยเป็นเมืองประเทศราชของประเทศโปรตุเกส จึงทำให้มีกลิ่นอายของโปรตุเกสอยู่มาก ทั้งอาคารบ้านเรือนรวมทั้งวัฒนธรรมการกิน มีบรรยากาศที่โรแมนติก สถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด มาเก๊าก็จะมีการตกแต่งไฟงามๆในบริดวณหลายจุด ดังเช่นว่า Senado Square หากใครกันแน่รอเคาท์ดาวน์ที่ประเทศฮ่องกงรวมทั้งมาเก๊า บอกเลยว่าจะได้ชมดอกไม้เพลิงสุดตระการตาแน่ๆ นอกจากนั้นที่เที่ยวได้รับความนิยมก็ยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น ซากโบสถ์เซนต์ปอล, จัตุรัสเซนาโด, วัดอาม่า, ฟอร์ทาเลซา มอง มอนเต, พิพิธภัณฑสถานมาเก๊า, มาเก๊าทาวเวอร์, มาเก๊า ฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ
9. ประเทศญี่ปุ่น (Japan) : ท่องเที่ยวได้ 15 วัน
ญี่ปุ่น มีเกาะหลัก 4 เกาะร่วมกัน เป็น เกาะฮอกไกโด (Hokkaido) ตั้งอยู่ทางภาคเหนือ, เกาะฮอนชู (Honshu) ตั้งอยู่ทางตรงกลางของประเทศ เป็นเกาะหลัก, เกาะชิโกกุ (Shikoku) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกทางตอนล่างของเกาะฮอนชู เป็นเกาะที่เล็กที่สุดในบรรดาเกาะหลัก รวมทั้งเกาะคิวชู (Kyushu) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ เกาะของญี่ปุ่นโดยมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ แล้วก็หนึ่งในภูเขาไฟที่มีชื่อสูงที่สุดก็คือ ภูเขาไฟฟูจิ คนประเทศไทยเราก็ไปเช็คอินประเทศญี่ปุ่นกันบ่อยครั้งเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเมืองเกียวโต โอซาก้า ที่นารา ซึ่งสถานที่เที่ยวสุดฮิตก็มี ช้อปปิ้งเขตชินจูกุ ฮาราจูกุ โอไดบะ, พระราชวังฮิเมะจิ, ดูทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ณ ฟุระโนะ, เล่นสกีบนเกาะฮอกไกโด ฯลฯ นับได้ว่าเป็น ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า ยอดนิยม
10. ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
อินโดนีเซีย ประเทศบ้านใกล้กันอย่างแดนอิเหนาก็มีสถานที่เที่ยวอันน่าดึงดูดมากหลายแห่ง ในขณะที่ใครหลายคนบางทีอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน หรือรู้จักแค่บางพื้นที่ที่ลือชื่ออย่าง “เกาะบาหลี” เป็นประเทศที่มีประชาชนมากสุดเป็นอันดับ 4 รวมทั้งมีหมู่เกาะเยอะที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นเกาะบาหลี, มหาเจดีย์บุโรพุทโธ, อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komodo National Park), เกาะกีลี (Gili Islands), ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo), วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple), ดินแดนลึกลับโทราจาแลนด์
11. เขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกง (Hong Kong) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ฮ่องกง ดินแดนที่ไม่เคยหลับ เคยรุ่งโรจน์เช่นไรก็ยังเจริญอยู่แบบงั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดี๋ยวนี้ที่แปลงเป็นเมืองแห่งการช้อปปิ้งลำดับหนึ่งของทวีปเอเชียไปเสียแล้ว ไม่ว่าใครไปประเทศฮ่องกงก็จำต้องได้ข้าวของติดไม้ติดมือกันมาทั้งนั้น โดยยิ่งไปกว่านั้นสินค้าแบรนด์เนม เพราะฮ่องกงเป็นดินแดนที่ปลอดภาษี ขาช้อปทั้งหลายแหล่จึงได้ยิ้มแฉ่งไปตามๆกัน นอกจากการช้อปปิ้งแล้ว ประเทศฮ่องกงก็ยังมีสถานที่เที่ยวสุดอันซีนมากมาย ดังเช่นว่า อะเวนิว ออฟ สตาร์, เดอะพีค, ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์, ตลาดเวลากลางคืนเทมเปิลสตรีท
12. ราชอาณาจักรกัมพูชา (Cambodia) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
เขมร ดินแดนแห่งอารยธรรม สถาปัตยกรรม และเทวสถานที่เคยเจริญก้าวหน้าที่สุดในอดีตกาล ผ่านมานานเป็นพันๆปี เขมร หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า เขมร หรือ ขะแมร์ ทิศเหนือแล้วก็ทิศตะวันตกใกล้กับประเทศไทยพวกเรานี่เอง ประชากรจำนวนมากครึ่งเดียวของประเทศมีอายุต่ำกว่า 19 ปี ด้วยเหตุว่าประเทศเขมรเคยรบเพื่อล้างเผ่าพันธุ์ให้ประชาชนเหลือน้อยที่สุด หากได้ไปเที่ยวจะเห็นประวัติการเข่นฆ่า เด็ก คนแก่ คนวัยชรา ด้วยแนวทางที่โหดร้ายทารุณ เขมรเป็นประเทศที่มีศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนา และก็สถาปัตยกรรมต่างๆใกล้เคียงกับประเทศไทย ที่พลาดไม่ได้ก็คือ นครวัด 1 ใน7 สิ่งอัศจรรย์ของโลก ยิ่งกว่านั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งาม เป็นต้นว่า ทะเลสาบ เทือกเขาสูง น้าตกสวยๆป่าไม้ที่ยังสมบูรณ์บริบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆเป็น พระราชวังหลวงพนมเปญ, ปราสาทบายน, วังนครธม, วิมานเอกราชหรืออนุสาวรีย์อิสระ และยังมี ‘โรซาน่า บรอดเวย์ เมืองเสียมเรียบ’ คาบาเร่ย์โชว์แห่งแรกในเขมรอีกด้วย
13. ประเทศในทวีปแอฟริกาใต้ (Republic of South Africa) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
แอฟริกาใต้ เป็นประเทศอิสระที่อยู่ช่วงท้ายทางใต้สุดของทวีปแอฟริกา มีเขตแดนใกล้กับประเทศนามิเบีย ประเทศบอตสวาท้องนา ประเทศซิมบับเว ประเทศโมซัมบิก รวมทั้งประเทศสวาซิแลนด์ ส่วนประเทศเลโซโท (Lesotho) เป็นดินแดนที่ถูกโอบล้อมทุกด้านด้วยเขตแดนของประเทศในทวีปแอฟริกาใต้ และก็ยังเป็นประเทศส่งออกเพชรและก็ทองคำ มีความมากมายทางด้านวัฒนธรรม และก็เป็นที่ 3 ของโลกที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิประเทศประกอบไปด้วยริมตลิ่ง ภูเขา ทะเลทราย ผืนป่าเขียวขจี รวมทั้งมีสัตว์ป่า แอฟริกาลือชื่อในเรื่องของอากาศ โดยมากจะมีอากาศอบอุ่น แต่ว่าก็มีแดดจัด หน้าหนาวจะเย็นแล้วก็ฝนตกเนื่องจากแอฟริกาใต้ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ฤดูจึงตรงกันข้ามกับ อเมริกาเหนือและยุโรป สถานที่เที่ยวยอดฮิตจะต้องนี่เลย Sun City Resort (รีสอร์ตซันซิตี้) อพาร์เม้นท์และคาสิโนสุดหรู, เขตป่าสงวนฮลูฮลูเว้-อัมโฟโลซี่, Blyde River Canyon (หุบผาแม่น้ำไบลด์), Durban Beaches (ชายหาดเดอร์บัน), able Mountain (เทเบิ้ลมาวโก้เก๋น /เทือกเขารูปโต๊ะ), Kruger National Park (อุทยานแห่งชาติอาจารย์เกอร์)
14. ประเทศบราซิล (Brazil) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
บราซิล เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นชั้นที่ 5 ของโลก เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดแล้วก็มีประชาชนเยอะที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ มีพื้นที่กว้างใหญ่ระหว่างใจกลางของทวีปอเมริกาใต้รวมทั้งมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีกรุงบราซีเลีย (Brasília) เป็นเมืองหลวงของประเทศ บราซิลอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น เหล็ก ทอง ถ่านหิน น้ำมัน นิคเกิล ยูเรเนียม ไม้ซุง แร่ดิบ รวมทั้งแร่รัตนชาติ นับได้ว่าเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว สถานที่เที่ยวที่ไม่สมควรพลาดเป็น Cristo Redentor (The Christ the Redeemer) รูปปั้นพระเยซู, สนามกีฬา Maracana Stadium, สวนพฤกษชาติ Jardim Botanico, ภูเขากลางอ่าว Guanabara Bay
15. ประเทศบาห์เรน (Bahrain) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
บาห์เรน เป็นประเทศเกาะในอ่าวเปอร์เซีย (อ่าวอาหรับ) อยู่ห่างจากประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยมีสะพานเชื่อมต่อระหว่างกัน 28 กิโล เป็น สะพานคิงฟะฮัด บาห์เรนเคยอยู่ใต้อาณานิคมของอังกฤษ บาห์เรนเป็นประเทศแรกในอ่าวอาหรับที่ขุดเจอน้ำมันดิบในปี 2475 รวมทั้งมีการสร้าง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : wildtemptationbengals.com

Tags : wildtemptationbengals