Welcome, Guest. Please login or register.
Did you miss your activation email?

ห้างหุ้นส่วนจำกัด วี.อาร์.คอม ก็อบปี้ปริ้นเตอร์เซอร์วิส
V.R. Copyprinter Service Part.,Ltd.

7/8 ม.2 เพชรเกษม112 ถ.เพชรเกษม  แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ 10160

Share this topic on FacebookShare this topic on Del.icio.usShare this topic on DiggShare this topic on RedditShare this topic on StumbleUponShare this topic on Twitter Author Topic: เรื่องต้องรู้...ก่อนซื้อบ้าน  (Read 2 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline Kittipong99010

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 101095
  • ขอบคุณ +0/-0
การขาดแคลนแรงงานในภาคการก่อสร้างในขณะนี้ กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบมาถึงคนซื้อบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในแง่ของการก่อสร้างที่อาจจะล่าช้ากว่ากำหนดตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา และในเรื่องของคุณภาพบ้านที่ทุกวันนี้แรงงานฝีมือนั้นหาได้ยากเต็มที

ส่วนในประเด็นความล่าช้าของการก่อสร้างทำให้การส่งมอบบ้านไม่เป็นไปตามสัญญา ในปัจจุบันสัญญาการซื้อขายบ้านที่เป็นสัญญามาตรฐานจะมีการกำหนดวันที่จะส่งมอบบ้านให้กับผู้ซื้ออยู่แล้ว ถ้าผู้ขายไม่สามารถส่งมอบบ้านได้ตามกำหนดจะมีค่าปรับที่จะต้องจ่ายให้กับผู้ซื้อ ไปจนถึงมีสิทธิที่จะไม่รับมอบบ้านและขอเงินดาวน์พร้อมดอกเบี้ยคืนได้ ดังนั้น ก่อนเซ็นสัญญาควรตรวจดูว่าในสัญญามีการระบุเรื่องเหล่านี้เอาไว้แล้วหรือไม่ จะได้คุ้มครองสิทธิของคนซื้อเอาไว้ตั้งแต่ต้น

ปัญหาอีกเรื่องที่ต้องระวังในสถานการณ์ที่ธนาคารพาณิชย์เริ่มเข้มงวดกับการปล่อยกู้มากขึ้นหากธนาคารปฏิเสธที่จะปล่อยกู้ เงินดาวน์ที่ผ่อนไว้กับโครงการก็มีโอกาสสูญด้วยเช่นกัน ถ้าไม่มีการทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในสัญญาตั้งแต่เริ่มต้น เพราะเมื่อผู้ซื้อไม่สามารถกู้เงินได้จะถือว่าผู้ซื้อผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ได้ตกลงกันไว้ ผู้ขายก็สามารถยึดเงินดาวน์ เงินจอง เงินทำสัญญาของเราได้ทั้งหมดเช่นกัน

ดังนั้น ก่อนจะซื้อบ้าน ก่อนจะทำสัญญา ตรวจสอบสถานะทางการเงินของตัวเองให้มั่นใจอีกครั้งว่าสามารถกู้เงินได้ตามจำนวนที่ต้องการ ปัจจุบันแต่ละโครงการก็จะมีธนาคารที่คอยให้การสนับสนุนอยู่แล้ว ลองให้ธนาคารตรวจสอบความสามารถในการกู้ก่อนที่จะซื้อ และควรตรวจสอบประวัติกับศูนย์ข้อมูลเครดิต หรือที่เรียกว่าเครดิตบูโรก่อนทุกครั้ง ถ้ามีปัญหาจะได้แก้ไขหรือตัดสินใจได้ก่อนที่จะสาย

ในกรณีที่โครงการรับปากว่า ถ้ากู้ไม่ผ่านจะคืนเงินให้ก็อย่าได้ชะล่าใจ หรือเชื่อคำพูดหว่านล้อมของพนักงานขาย ควรต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ในสัญญาหรือแนบท้ายสัญญาจะดีกว่า เพราะถ้าไม่มีการระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ถ้ากู้เงินไม่ได้จริงๆ ก็อาจจะถูกบิดพลิ้ว โดยอ้างว่าสัญญาจะซื้อจะขายไม่ได้ระบุไว้ ทำให้ต้องเสียเงินฟรีๆ เพราะในแง่กฎหมายแล้วผู้บริโภคไม่มีทางสู้ได้เลย

สำหรับเรื่องของการขอกู้เงินแม้ว่าปัจจุบันเงื่อนไขการปล่อยกู้จะเข้มงวดขึ้น แต่ถ้าเราเตรียมตัวให้พร้อม รู้กำลังความสามารถในการผ่อนจ่าย เลือกซื้อบ้านในราคาที่ถูกต้องเหมาะสมกับกำลังความสามารถ และที่สำคัญรู้จักออมเงินมาสักระยะก่อนที่คิดจะซื้อบ้านก็สามารถลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธการขอกู้ไปได้มาก เพราะธนาคารส่วนใหญ่จะไม่ปล่อยกู้เต็มจำนวนของราคาซื้อขาย ส่วนต่างที่เหลือผู้ซื้อบ้านจึงจำเป็นต้องมีเงินออมในการซื้อบ้าน

ตรวจสอบก่อนซื้อบ้าน

ตรวจสอบประวัติบริษัทผู้ประกอบการ ผลงานในอดีต สถานะการเงิน เคยถูกร้องเรียนมาแล้วหรือไม่ ที่ดินที่ตั้งโครงการต้องมีโฉนดถูกต้อง ได้รับอนุญาตให้จัดสรรที่ดิน หรือใบอนุญาตก่อสร้าง ผ่านการอนุมัติด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ที่ดินโครงการอยู่ในแนวเวนคืนหรือไม่ มีภาระผูกพันกับนิติบุคคลหรือสถาบันการเงินหรือไม่ ตรวจรายละเอียดเกี่ยวกับสาธารณูปโภคและ สิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการเอกสารการโฆษณา โบรชัวร์ และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ควรเก็บไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจในกรณีที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ